จากสทิงพระ ถ้าเดินเรื่องต่อเข้ามาใกล้อีกนิด ชื่อหนึ่งจะค่อย ๆ ปรากฏขึ้นซ้ำ ๆ
“วัดพะโคะ”
หรือวัดราชประดิษฐาน บนคาบสมุทรสทิงพระ จังหวัดสงขลา
วัดนี้ไม่ใช่เพียงฉากหลังในเรื่องหลวงปู่ทวด
แต่เหมือนเป็นที่ที่ความทรงจำหลายสายมาบรรจบกัน
ชื่อบ้าน ชื่อวัด ทางเดินเก่า เรื่องเล่าของคนท้องถิ่น และชื่อ “สมเด็จเจ้าพะโคะ” ล้วนทำให้วัดพะโคะมีบรรยากาศบางอย่างที่เล่าเร็วเกินไปไม่ได้
เวลาอ่านเรื่องหลวงปู่ทวด บางคนจะคุ้นกับชื่อ “หลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด” ก่อน
ชื่อนั้นมีพลังมาก
เพราะพาเราไปถึงภาพทะเลกว้าง เรือที่กำลังลำบาก น้ำจืดที่หายาก และพระผู้เป็นที่พึ่งในยามคับขัน
แต่เมื่อกลับมาที่วัดพะโคะ เรื่องจะเปลี่ยนเสียงเล็กน้อย
จากเสียงของตำนานกลางทะเล
กลายเป็นเสียงเงียบ ๆ ของพื้นที่
เหมือนมีอีกชื่อหนึ่งยืนอยู่หลังม่าน
“สมเด็จเจ้าพะโคะ”
ชื่อที่ผูกกับวัด ผูกกับสทิงพระ และผูกกับความทรงจำท้องถิ่นที่สืบต่อกันมา
บ้านพ่อไพรัชจึงรู้สึกว่า ถ้าจะเล่าเรื่องหลวงปู่ทวดให้ลึกขึ้น ต้องกลับมาฟังเสียงของวัดพะโคะด้วย
ไม่ใช่เพื่อทำให้ตำนานเล็กลง
แต่เพื่อให้เห็นว่า ก่อนที่ชื่อหลวงปู่ทวดจะเดินทางไปไกลในศรัทธาของคนทั้งประเทศ ยังมีรากบางส่วนฝังอยู่ในพื้นที่นี้
รากที่เป็นทั้งวัด
ทั้งแผนที่ความทรงจำ
ทั้งเรื่องที่คนรุ่นก่อนเล่าต่อกันมา
และอาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เรื่องของท่านไม่เคยจางไปง่าย ๆ
บางสถานที่ไม่ได้ตอบคำถามทั้งหมด
แต่ทำให้เราอยากเดินเข้าไปใกล้อีกนิด
วัดพะโคะ สำหรับบ้านพ่อ จึงเป็นเหมือนประตูบานหนึ่ง
ถ้าเปิดเข้าไป เราอาจไม่ได้พบคำตอบเดียวที่จบหมด
แต่อาจเริ่มเห็นว่า เรื่องหลวงปู่ทวดมีทั้งร่องรอยของพื้นที่ ความทรงจำของผู้คน และตำนานศรัทธาที่ค่อย ๆ ทับซ้อนกันมานาน
ตอนต่อไป บ้านพ่อจะชวนดูตำนานน้ำทะเลจืดหลายสำนวน ว่าทำไมเรื่องเดียวกันจึงมีฉาก รายละเอียด และทางเดินของความทรงจำที่ไม่เหมือนกัน
ภาพประกอบนี้สร้างขึ้นเพื่อเล่าอารมณ์ของพื้นที่และความทรงจำ ไม่ใช่ภาพเหตุการณ์จริงหรือภาพยืนยันสถานที่จริง